Category Archives: ลูกค้า ULKA

เสียงจากลูกค้า ULKA บทพิสูจน์คุณภาพจากเรื่องราวความสำเร็จจริง

ความไว้วางใจจากผู้ประกอบการคือเครื่องยืนยันคุณภาพที่ดีที่สุดของ ULKA หน้านี้ได้รวบรวมเรื่องราวความสำเร็จและเสียงตอบรับจาก ลูกค้า ULKA ทั่วประเทศ ที่ได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ที่เป็นหัวใจของคาเฟ่, เครื่องทำน้ำแข็ง ที่สร้างความสดชื่นในร้านอาหาร ไปจนถึง เครื่องดูดควัน ที่ดูแลบรรยากาศในครัวมืออาชีพ มาร่วมค้นพบว่าผลิตภัณฑ์ ULKA ได้ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของพวกเขาให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

ควันที่เกิดขึ้นจากงาน Laser Marker จะต้องจัดการอย่างไร?

เครื่องดูดควันงานเลเซอร์

ควันที่เกิดจากกระบวนการเลเซอร์มาร์คเกอร์ (Laser Marker) ไม่ใช่เพียงแค่ฝุ่นผงธรรมดา แต่เป็นส่วนผสมที่ซับซ้อนของอนุภาคขนาดเล็กและก๊าซพิษที่เรียกว่า “ฟูม” (Fume) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่งหากสูดดมเข้าไปโดยไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม ในงานประเภทนี้มักจะมาคู่กับควันที่เกิดจากการใช้ความร้อนยิงบนชิ้นงานผิวพลาสติก อะคริลิก โลหะเคลือบ ไม้ หรือหนัง ซึ่งจะมีควันที่เป็นอัตรายการคนเราแน่นอนหากเราได้ซูดดมเข้าไป และบางกรณีอาจจะอัตรายมากกว่าที่หลายคนคิดไว เพราะควันที่ลอยออกมาจากชิ้นงานนั้นจะไม่ได้แค่มีฝุ่นจิ๋ว แต่ยังมีสารเคมีพิษ และมีขนาดอนุภาคเล็กมากถึง PM 2.5,PM 0.1ที่เสามารถทะลุเข้าปอดได้ไม่ยากบอกเลยว่าอัตรายสุดๆ ในงานที่มีการเลเซอร์ชิ้นงานโดยใช้เครื่อง Laser Marker โดยเฉพาะการยิงบนผิวพลาสติก อะคริลิก โลหะเคลือบ ไม้ หรือหนัง จะมีควันที่เป็นอันตรายลอยออกมาจากตัวชิ้นงาน และบางกรณีอันตรายมากกว่าที่หลายคนคิดไว้ เพราะควันที่ลอยออกมาไม่ได้มีแค่ฝุ่นจิ๋ว แต่ยังมี สารเคมีพิษ และ อนุภาคขนาดเล็กมาก (PM2.5, PM0.1) หากสิ่งเหล่านี้ที่เข้าสู่ปอดได้ลึก ระดับความอันตราย ถ้าเทียบง่ายๆ หากสูดควัน Laser Marker ที่ไม่มีระบบดูดกรอง เรานึกภาพง่ายๆเลยว่าเหมือนกับเราชูดดมควันที่เผาพลาสติกผสมโลหะเข้าไป ในระยะเเรกคุณจะรู้สึกแสบคอแสบจมูก  เจ็มคอ ระคายคอ ปวดหัว คลื่นไส้ หายใจติดขัด และในอนาคตจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้ในอนาคต อีกทั้งยังอาจเสี่ยงให้เกิดโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ภูมิแพ้

แก้ปัญหาควันทรีทเม้นท์เคราติน ณ ร้าน HANA STUDIO

เครื่องดูดควัน ULKA

ไขข้อสงสัย ควันจากการทำผมหรือสารเคมีสำหรับการทำผมอันตรายจริงหรือไม่ และปัญหาส่วนใหญ่ที่ช่างทำผมพบเจอ จะต้องแก้อย่างไร ในร้านเสริมสวยหรืองานทำผม ไม่ว่าจะเป็นการ ดัด ยืด ทำสี ฟอกผม หรือเคราตินทรีตเมนต์ มักมีการใช้สารเคมีหลากหลายชนิด ซึ่งกระบวนการเหล่านี้มักก่อให้เกิด ควันและไอระเหย ที่เป็นอันตรายต่อทั้งช่างและลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde) เป็นสารก่อมะเร็ง, หรือทำให้ระคายเคืองตา จมูก ปอด แอมโมเนีย (Ammonia) ทำให้ ระคายเคืองจมูก ตา คอ, หายใจติดขัด เพอร์ซัลเฟต (สารฟอกสีผม) (Persulfates) ก่อภูมิแพ้, หลอดลมอักเสบ พี-ฟีนิลีนไดเอมีน (ในยาย้อมผม) p-Phenylenediamine (PPD) ก่อภูมิแพ้รุนแรง, ระคายเคืองผิวหนังซึ่งสารต่างๆที่กล่าวมานี่ ล้วนเป็นสารพิษที่อันตราย หากไม่ได้รับการแก้ไข จะส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งผู้เป็นช่างและผู้ที่อยู่ในร้านทำผมในอนาคตอย่างแน่นอน  “ภัยเงียบ” ที่จะเกิดขึ้นกับช่างทำผมและคนทำงานในวงการเสริมสวย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอันตรายแบบค่อย ๆ สะสม ไม่ใช่เกิดทันที ทำให้หลายคนไม่ทันระวัง ที่มาเป็นอันดับแรกๆเลยคือเรื่องของระบบทางเดินหายใจ เมื่อเรามีการสูดดมไอระเหยสารเคมี เช่น ฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde), แอมโมเนีย

ปัญหาควันจากเครื่องเลเซอร์

ปัญหาควันจากเครื่อง Laser Cutter and Engraving

เทคโนโลยีเครื่องตัดและแกะสลักเลเซอร์ (Laser Cutter and Engraving Machine) เป็นเทคโนโลยีได้ปฏิวัติวงการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ไปจนถึงห้องปฏิบัติการในสถาบันการศึกษา ด้วยความสามารถอันน่าทึ่งในการตัดวัสดุได้อย่างแม่นยำและแกะสลักลวดลายที่ซับซ้อน ทำให้เครื่องจักรชนิดนี้กลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่เปิดประตูสู่โลกแห่งนวัตกรรมและการออกแบบอย่างไร้ขีดจำกัด ทว่าภายใต้แสงเลเซอร์อันทรงพลังนั้น มี “เงา” ที่ซ่อนอยู่และเป็นอุปสรรคสำคัญ นั่นคือ “ควันและไอระเหย” ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเผาไหม้วัสดุ ควันเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งที่บดบังทัศนวิสัยในการทำงาน แต่ยังประกอบไปด้วยอนุภาคขนาดเล็ก ก๊าซ และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds – VOCs) ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานในระยะยาว การจัดการกับปัญหานี้จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “ความจำเป็น” เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและยั่งยืน ทำไมถึงจำเป็นต้องใช้เครื่องดูดควันกับเครื่องเลเซอร์? ควันที่เกิดจากการใช้เลเซอร์ตัดหรือแกะสลักวัสดุต่างๆ ไม่ใช่แค่ควันธรรมดา แต่ประกอบไปด้วยอนุภาคขนาดเล็ก, สารเคมีระเหย (VOCs), และสารที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ การมีเครื่องดูดควันจึงสำคัญอย่างยิ่งด้วยเหตุผลต่อไปนี้: เพื่อสุขภาพของผู้ใช้งาน: การสูดดมควันจากเลเซอร์เป็นประจำอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ, ดวงตา, ผิวหนัง และอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว วัสดุบางชนิด เช่น อะคริลิคหรือพลาสติกบางชนิด จะปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตรายเมื่อถูกเผาไหม้ เพื่อประสิทธิภาพของเครื่องเลเซอร์: ควันและฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในเครื่องสามารถเข้าไปเกาะบนเลนส์และกระจกสะท้อนแสงได้ ทำให้ลำแสงเลเซอร์อ่อนกำลังลง ตัดงานได้ไม่ดี หรืออาจทำให้เลนส์เสียหายจากความร้อนที่สะสมได้ การมีระบบดูดควันที่ดีจะช่วยให้ชิ้นส่วนเหล่านี้สะอาดและยืดอายุการใช้งาน เพื่อคุณภาพของชิ้นงาน:

เครื่องดูดควันสำหรับการสกรีนเสื้อ

เครื่องดูดควัน

ไขข้อสงสัยว่าทำไหม  ควันจากเครื่องดูดควันจากเครื่องสกรีน DTF อันตรายจริงหรือ? วันนี้เราจะมาเจาะลึกความจริงที่ผู้ใช้งานเสี่ยงอันตรายและวิธีการหรือแนวทางกันแก้ปัญหา พร้อมป้องกัน ปัจจุบันเทคโนโลยีการสกรีนเสื้อแบบ DTF (Direct to Film) ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ด้วยที่ทั้งสะดวกและรวดเร็วแถมมีสีสันที่คมชัดสวยงามสร้างสรรค์ลวดลายได้หลากหลายกว่าการสกรีนบล็อก แต่ในข้อดีมักจะมีข้อเสียเสมอซึ่งจะเป็นภัยเงียบที่จะค่อยคืบคานเข้ามาทำร้ายผู้ใช้งานอย่างช้าๆ และหลายคนอาจมองข้าม นั่นคือ “ควันและไอระเหย” ที่เกิดจากกระบวนการทำงานของตัวเครื่อง ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว  แน่นอน ล่าสุดทางร้าน ULKA ได้มีการทดสอบเครื่องดูดควันรุ่น FE 401 กับลูกค้าที่ใช้งานเครื่องสกรีน DTF สำหรับการสกรีนเสื้อกีฬา ซึ่งมีการใช้งานต่อเนื่องและหนักหน่วง ทำให้เห็นภาพชัดเจนของปัญหาควันที่เกิดขึ้นตลอดเวลา คำถามสำคัญคือ ควันที่เราเห็นและสูดดมเข้าไปนั้น มีอัตรายอย่างไร ต้นตอของควันอันตรายในกระบวนการ DFT เพื่อทำความเข้าใจถึงอัตราย เราต้องย้อนกลับไปดูหัวใจการทำงานของ DTF ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญคือการใช้ ” ผงกาว TPU ”  (Thermoplastic Polyurethane) เป็นตัวประสานระหว่างหมึกพิมพ์และเนื้อผ้า โดยเฉพาะในขั้นตอนที่ 4 คือ “การอบกาวให้ละลาย” ในขั้นตอนนี้ ฟิล์มที่โรยผงกาวจะถูกนำไปผ่านความร้อนสูงประมาณ 130-160 องศาเซลเซียส เพื่อหลอมละลายผงกาว

กว่าจะเป็นกาแฟคุณพระ

คุณพระได้แชร์ประสบการณ์การเติบโตจากนักดนตรีสู่เจ้าของร้านกาแฟ และการสร้างช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามมากมาย โดยเล่าถึงความท้าทายและการทำงานหนักเพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ พร้อมกับความรักและความหวังที่มีต่อแฟนคลับและผู้สนับสนุนคุณพระได้แชร์ประสบการณ์การเติบโตจากนักดนตรีสู่เจ้าของร้านกาแฟ และการสร้างช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามมากมาย โดยเล่าถึงความท้าทายและการทำงานหนักเพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ พร้อมกับความรักและความหวังที่มีต่อแฟนคลับและผู้สนับสนุนคุณพระได้แชร์ประสบการณ์การเติบโตจากนักดนตรีสู่เจ้าของร้านกาแฟ และการสร้างช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามมากมาย โดยเล่าถึงความท้าทายและการทำงานหนักเพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ พร้อมกับความรักและความหวังที่มีต่อแฟนคลับและผู้สนับสนุน จุดเริ่มต้นที่ไม่ธรรมดา จากนักดนตรีสู่บาริสต้าผู้ไม่กินกาแฟ คุณพระเล่าว่าเส้นทางสายกาแฟของเขาเริ่มต้นจากการมองหาอาชีพเสริมจากงานนักดนตรีกลางคืน “เมื่อก่อนผมเป็นนักดนตรี ก็เลยมองหางานประจำเลยได้เป็นบาริสต้า ตอนนั้นกินกาแฟไม่ได้ด้วยนะ คือกินแล้วใจสั่น ปวดหัว” เขายอมรับว่าในช่วงปีแรก เขาไม่แตะกาแฟเลยและเลือกที่จะดื่มชาแทน จนกระทั่งปีที่ 3 ที่เริ่มฝึกฝนการทำลาเต้อาร์ตอย่างจริงจัง “ทำแล้วก็ต้องทิ้ง ก็เลยลองกินไปแก้วหนึ่ง… โอ้โห้ ขม แต่หอม ชอบกลิ่นของมัน” จุดนั้นเองที่ทำให้เขาเริ่มเรียนรู้และตกหลุมรักในศาสตร์ของกาแฟ จนกลายเป็นความฝันที่อยากจะมีร้านเป็นของตัวเองในที่สุด ที่มาของชื่อ “คุณพระ” ที่ไม่ได้แปลว่าลิง! หลายคนอาจสงสัยว่าชื่อ “คุณพระ” มาจากไหน ซึ่งก่อนหน้านี้ช่องของเขาก็มีหลายชื่อตั้งแต่ “MAKE IT MUNK” ไปจนถึง “MUNK TO YOU” แต่ชื่อที่ทุกคนคุ้นเคยกลับมีที่มาสุดน่ารัก “ตอนนั้นเราเคยไปสอนกีตาร์ เด็กมันถามว่าทำไมชื่อมังค์ล่ะคุณครู เด็กก็บอกว่า

ULKA แก้ปัญหาควันทรีทเม้นท์เคราตินที่ร้าน SADAI

เมื่อ “หัวอกเดียวกัน” นำมาสู่การแก้ปัญหาระดับชาติในวงการซาลอน ในแวดวงธุรกิจความงามที่การแข่งขันสูง การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การใส่ใจในทุกรายละเอียดของประสบการณ์ลูกค้า คือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน วันนี้ทีมงาน ULKA รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “พี่จิน” ผู้ประกอบการหญิงแกร่งผู้ก่อตั้งแบรนด์เคราตินสัญชาติไทยแท้ ที่คิดค้นและผลิตขึ้นเป็นรายแรกของประเทศ การมาเยือนร้าน SADAI ของคุณติช่า The Face ซึ่งเป็นลูกค้าระดับพรีเมียมของพี่จินในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การสาธิตสินค้า แต่เป็นการผนึกกำลังของสองแบรนด์ไทยที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการยกระดับมาตรฐานวงการซาลอนไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ บรรยากาศการพูดคุยเต็มไปด้วยพลังบวกและความเข้าใจในฐานะ “คนทำธุรกิจ” เหมือนกัน พี่จินได้สะท้อนภาพของความมุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์ที่ไม่ได้พึ่งพาการนำเข้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจสภาพเส้นผมและภูมิอากาศของคนไทยอย่างแท้จริง ‘มลภาวะที่มองไม่เห็น’ Pain Point สำคัญของทรีทเม้นท์เคราตินที่ไม่มีใครอยากมองข้าม ในโลกของความงาม เส้นผมที่เรียบตรงสลวยและเงางามสุขภาพดีจากการทำทรีทเม้นท์เคราติน คือภาพฝันของผู้หญิงหลายคน และสำหรับแบรนด์เคราตินของ “พี่จิน” ภาพฝันนั้นต้องสมบูรณ์แบบและปลอดภัยที่สุดเสมอ ด้วยจุดยืนที่โดดเด่นในเรื่องการใช้สารสกัดจากธรรมชาติทั้งหมด ทำให้ผลิตภัณฑ์ของพี่จินได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าระดับ Hi-end, ดารา และผู้มีชื่อเสียงมากมายที่เชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัย แต่ท่ามกลางความสำเร็จนั้น มีหนึ่งความท้าทายที่เปรียบเสมือน “มลภาวะที่มองไม่เห็น” ซึ่งพี่จินกังวลใจมาตลอด นั่นคือขั้นตอนที่ขาดไม่ได้อย่างการใช้ความร้อนสูงในการไดร์และหนีบผมหลังการลงเคราติน เมื่อ “ความงาม” มาพร้อม “ควันและกลิ่นฉุน” ขั้นตอนการใช้ความร้อนสูงนี้เองที่ก่อให้เกิด “ควันและไอระเหยที่มีกลิ่นฉุน” จำนวนมาก ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงการรบกวนบรรยากาศความหรูหราผ่อนคลายของซาลอนเท่านั้น