Author Archives: แสตมป์

ไทยเที่ยวไทย พลัส 2569 อัปเดตล่าสุด พร้อมวิธีเตรียมร้านกาแฟ โรงแรม และร้านอาหารรับนักท่องเที่ยว

อัปเดตล่าสุด: 8 กันยายน 2569 มีความคืบหน้าใหม่จากการเปิดเผยของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกระทรวงการคลัง แต่โครงการยังอยู่ระหว่างสรุปเงื่อนไขและเสนอคณะรัฐมนตรี จึงยังไม่ใช่ประกาศเปิดลงทะเบียนหรือคู่มือใช้สิทธิฉบับสมบูรณ์ สรุปสั้น ๆ: ความคืบหน้าล่าสุดของ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” คือมีการเสนอขยายสิทธิจากเดิม 500,000 เป็น 1,000,000 สิทธิ และเสนอกรอบงบประมาณประมาณ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนลดค่าที่พักสูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ และคูปองท่องเที่ยว 1,000 บาทต่อสิทธิ โดยตั้งเป้าเปิดลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ผ่านแอป “เป๋าตัง” หากผ่านการพิจารณา ขั้นตอนและสิทธิประโยชน์ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย โดยเฉพาะรูปแบบช่วยค่าที่พักระหว่าง Co-payment กับ Flat Rate/วงเงินคงที่ สำหรับผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และคาเฟ่ โครงการนี้ไม่ใช่เพียงข่าวสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะหากมาตรการเริ่มใช้จริง การเดินทางและการใช้จ่ายในพื้นที่ท่องเที่ยวอาจเพิ่มขึ้น ธุรกิจจึงควรตรวจความพร้อมของกำลังบริการ บุคลากร วัตถุดิบ และอุปกรณ์สำคัญตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ช่วงลูกค้าหนาแน่น เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ ไทยเที่ยวไทย พลัส คืออะไร?

เครื่องทำโซดา อัดแก๊สน้ำผลไม้ได้ไหม? ข้อควรรู้ 2026

เครื่องทำโซดา อัดแก๊สน้ำผลไม้ได้ไหม? ไขข้อสงสัยสายคาเฟ่ 2026 สำหรับใครที่มี เครื่องทำโซดา อยู่ที่บ้านหรือที่ร้าน เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยต้องเคยมีความคิดพิเรนทร์ผุดขึ้นมาในหัวว่า “ถ้าเราไม่กดอัดแก๊สใส่น้ำเปล่า แต่เอาน้ำผลไม้ น้ำหวาน ไซรัป หรือแม้แต่ชาและกาแฟสกัดเย็น ไปอัดแก๊ส CO2 โดยตรงเลยล่ะ… มันจะทำได้ไหม? เครื่องจะระเบิดหรือเปล่า?” นี่คือคำถามยอดฮิตประจำวงการบาร์น้ำเลยครับ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจแบบหมดเปลือกว่า สรุปแล้วเครื่องอัดแก๊สโซดาสามารถอัดน้ำอื่นๆ นอกจากน้ำเปล่าได้หรือไม่ และมีวิธีใช้งานอย่างไรให้เครื่องไม่พังครับ!   เช็ก “ประเภท” ของเครื่องทำโซดาที่คุณมี ก่อนจะเอาอะไรไปอัดแก๊ส ต้องดูสเปกของเครื่องที่คุณใช้อยู่ก่อนครับ เพราะเครื่องในตลาดแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ: เครื่องแบบ “อัดได้เฉพาะน้ำเปล่า” (Water Only): เครื่องรุ่นมาตรฐานส่วนใหญ่ หัวฉีดแก๊สจะถูกออกแบบมาให้จุ่มลงไปในน้ำเปล่าเท่านั้น หากคุณเอาน้ำผลไม้หรือน้ำเชื่อมไปอัด ความหนืดและน้ำตาลจะลอยไปอุดตันที่หัวฉีด (Nozzle) ทำให้วาล์วพัง ล้างไม่ออก และอาจเกิดแรงดันตีกลับจนขวดระเบิดได้ครับ! (ห้ามเด็ดขาด) เครื่องแบบ “อัดเครื่องดื่มได้ทุกชนิด” (Any Beverage): เครื่องรุ่นท็อปๆ หรือรุ่นพิเศษ จะมีเทคโนโลยีฝาปิดและหัวฉีดแบบถอดล้างได้ ซึ่งออกแบบมาให้ทนทานต่อความหนืดของน้ำตาลและกรดผลไม้ เครื่องแบบนี้แหละครับที่คุณสามารถซนได้เต็มที! ดูสินค้าได้ที่นี่

เครื่องทำโซดา คุ้มไหม? เทียบต้นทุน โซดาขวด VS ทำเอง

เครื่องทำโซดา คุ้มไหม? เจาะลึกต้นทุน โซดาขวด VS ทำเอง ฉบับออฟฟิศและคาเฟ่ ในยุคที่อากาศเมืองไทยร้อนทะลุปรอทแทบจะตลอดทั้งปี เมนูเครื่องดื่มซ่าๆ อย่าง “อิตาเลียนโซดา” “กาแฟส้มโซดา” หรือ “ม็อกเทลผลไม้” กลายเป็นเมนูยอดฮิตที่ทุกร้านคาเฟ่และออฟฟิศต้องมีติดไว้ แต่คำถามคลาสสิกที่คนทำธุรกิจหรือสายคาเฟ่มักจะลังเลก่อนลงทุนเสมอคือ “เครื่องทำโซดา คุ้มไหม? สู้ไปซื้อโซดาขวดแบบแพ็กตามซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ได้หรอ?” บทความนี้จะพามาจับเข่าคุย พร้อมกางเครื่องคิดเลขชำแหละต้นทุนกันให้เห็นแบบหมัดต่อหมัดครับว่า ระหว่างการใช้ โซดาขวดแบบดั้งเดิม กับการลงทุนซื้อ เครื่องทำโซดา มาอัดแก๊สทำเอง แบบไหนจะช่วยเซฟคอสต์ (Save Cost) และตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาวได้ดีกว่ากัน!   ทำไมเมนูผสมโซดา ถึงเป็น “เดอะแบก” เรื่องกำไรของคาเฟ่? ก่อนจะไปเทียบต้นทุนโซดา ต้องเข้าใจก่อนว่าเมนูอย่าง อิตาเลียนโซดา (Italian Soda) ถือเป็นเมนู “ทำกำไร (High Margin)” อันดับต้นๆ ของร้านกาแฟเลยทีเดียวครับ เพราะส่วนผสมหลักมีแค่น้ำเชื่อมไซรัปรสชาติต่างๆ, น้ำแข็ง, และ โซดา ไม่ต้องใช้นมสด ไม่ต้องใช้ช็อตกาแฟที่ต้นทุนสูง ดังนั้น หากร้านไหนสามารถบริหารจัดการ “ต้นทุนของโซดา”

รีวิวเครื่องทำโซดา สร้างเมนู Signature เพิ่มกำไรคาเฟ่

รีวิวเครื่องทำโซดา สร้างเมนู Signature อัปเลเวลคาเฟ่ เพิ่มกำไรเน้นๆ อัปเดต 2026 ถ้าพูดถึงเมนูดับร้อนในร้านคาเฟ่ นอกจากกาแฟเย็นๆ แล้ว “อิตาเลียนโซดา” หรือเมนูเครื่องดื่มผสมโซดาต่างๆ คือพระเอกขี่ม้าขาวที่ช่วยดึงยอดขายในช่วงบ่ายได้ดีที่สุดครับ แต่รู้หรือไม่ว่า ร้านคาเฟ่หลายร้านที่ขายดี กลับมีต้นทุนจมไปกับ “ค่าโซดาขวด” มหาศาล แถมยังจัดการสต๊อกยาก ขยะขวดแก้วล้นร้าน ปี 2026 นี้ เทรนด์การทำบาร์น้ำเปลี่ยนไปแล้วครับ บาริสต้าและเจ้าของร้านยุคใหม่หันมาใช้ เครื่องทำโซดา อัดแก๊สทำเองกันมากขึ้น วันนี้เราจะมา รีวิวเครื่องทำโซดา ว่ามันช่วยพลิกโฉมบาร์น้ำของคุณได้อย่างไร พร้อมแจกไอเดียปั้นเมนู Signature ให้ร้านดูแพง แต่ต้นทุนถูกลงจนน่าตกใจครับ!   รีวิวข้อดี: ทำไม “เครื่องทำโซดา” ถึงเป็นไอเทมที่ต้องมีของคาเฟ่? การเปลี่ยนจากเปิดขวดโซดา มาเป็นการกดอัดแก๊สโซดาเอง ไม่ใช่แค่ความเก๋ไก๋หน้าบาร์ครับ แต่มันคือการ “อุดรอยรั่วทางการเงิน” ของร้านด้วยเหตุผลเหล่านี้: 1. เลือกระดับความ “ซ่า” ให้เหมาะกับแต่ละเมนูได้ โซดาขวดทั่วไปจะมีความซ่ามาตรฐานระดับเดียว แต่เมนูบางอย่าง เช่น กาแฟ Cold Brew

รีวิวเครื่องทำน้ำแข็ง ULKA 1400XJ จบปัญหาน้ำแข็งไม่พอ

รีวิวเครื่องทำน้ำแข็ง ULKA 1400XJ บุกหน้างานจริง ติดตั้งเนี๊ยบ จบปัญหาน้ำแข็งไม่พอ! เวลาที่เราจะตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหลักแสนเข้าบริษัท สิ่งที่อยากเห็นที่สุดคงไม่ใช่แค่โบรชัวร์สวยๆ ใช่ไหมครับ? แต่มันคือ “การทำงานหน้างานจริง” ว่าแบรนด์นั้นๆ ดูแลลูกค้าดีแค่ไหน ติดตั้งเรียบร้อยไหม แล้วบริการหลังการขายเป็นยังไง วันนี้ผมเลยจะพาไปทัวร์หลังบ้านแบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับ รีวิวเครื่องทำน้ำแข็ง ระดับอุตสาหกรรม ULKA รุ่น 1400XJ ที่เพิ่งเข้าไปลุยติดตั้งให้กับ บริษัท ชายน์นิ่ง โกลด์ จำกัด มาหมาดๆ เมื่อเดือนก่อน งานนี้โจทย์หินไม่เบาครับ เพราะต้องทำระบบเพื่อรองรับพนักงานกว่า 500 ชีวิต! ทีมช่าง ULKA จะโชว์ฝีมือเก็บงานได้เนี๊ยบแค่ไหน ตามผมมาดูทีละสเตปเลยครับ โจทย์ของหน้างาน: เมื่อสวัสดิการพนักงานต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เริ่มจากเล่าที่มาที่ไปกันนิดนึงครับ ทาง ชายน์นิ่ง โกลด์ เขามีโรงอาหารขนาดใหญ่สำหรับรองรับพนักงานกว่า 500 คน ปัญหาเดิมคือเครื่องทำน้ำแข็งแบรนด์เก่าที่ใช้อยู่มันสู้ชีวิตไม่ไหว ผลิตน้ำแข็งไม่ทันตอนพักเที่ยง ทางผู้บริหารเขาใส่ใจเรื่องนี้มากครับ ไม่อยากให้พนักงานต้องมากินน้ำไม่เย็น เลยตัดสินใจอัปเกรดแบบจัดเต็ม เลือกใช้ ULKA 1400XJ ซึ่งเป็นสเปกตัวท็อปไซส์ใหญ่สุดๆ

เครื่องทำน้ำแข็งโรงงาน แก้ปัญหาน้ำแข็งไม่พอสำหรับ 500 คน

เครื่องทำน้ำแข็งโรงงาน ผลิตไม่ทัน? ดูวิธี Shining Gold แก้ปัญหาน้ำแข็งไม่พอสำหรับ 500 คน สวัสดิการในที่ทำงาน เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความสุขและประสิทธิภาพของพนักงาน โดยเฉพาะพื้นที่ “โรงอาหาร” ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมในช่วงเวลาพักเที่ยง แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสวัสดิการพื้นฐานอย่าง “น้ำแข็งและน้ำเย็น” ไม่สามารถรองรับจำนวนพนักงานได้อย่างเพียงพอ? วันนี้เราจะพาทุกท่านไปดู กรณีศึกษา (Case Study) จาก บริษัท ชายน์นิ่ง โกลด์ จำกัด ที่ต้องเผชิญกับปัญหาสุดคลาสสิกขององค์กรขนาดใหญ่ นั่นคือ เครื่องทำน้ำแข็งโรงงาน แบรนด์เดิมที่เคยใช้งานมา ผลิตน้ำแข็งไม่ทันต่อความต้องการของพนักงานกว่า 500 ชีวิต จนกลายเป็นความหงุดหงิดในช่วงเวลาพักผ่อน ทางบริษัทมีวิธีรับมือและแก้ปัญหานี้ให้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบได้อย่างไร? ถอดบทเรียนไปพร้อมกันครับ วิกฤตพักเที่ยง! เมื่อเครื่องแบรนด์เดิม “ผลิตไม่ทัน” สำหรับโรงงานหรือบริษัทที่มีพนักงานหลักร้อยคน ช่วงเวลา 12:00 น. คือช่วงเวลาพีกไทม์ (Peak Time) ที่ทุกคนจะหลั่งไหลเข้ามาในโรงอาหารพร้อมกัน บริษัท ชายน์นิ่ง โกลด์ จำกัด ก็เช่นกัน ด้วยจำนวนพนักงานที่มากกว่า 500 คน ความต้องการใช้น้ำแข็งเพื่อดับกระหายคลายร้อนจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

เครื่องทำน้ำแข็งผลิตไม่ทัน ทำไงดี?

เครื่องทำน้ำแข็งผลิตไม่ทัน ทำไงดี? รีวิววิธีแก้ปัญหาน้ำแข็งหมดตู้ ฉบับออฟฟิศ 500 คน เคยเป็นไหมครับ? เดินไปที่โรงอาหารช่วงพักเที่ยง อากาศร้อนๆ หวังจะกดน้ำแข็งใส่แก้วให้ชื่นใจ แต่พอเปิดตู้มา… ว่างเปล่า! มีแต่น้ำหยดติ๋งๆ ให้ดูต่างหน้า ปัญหา “เครื่องทำน้ำแข็งผลิตไม่ทัน” เป็นเรื่องคลาสสิกที่หลายออฟฟิศหรือโรงงานต้องเจอ และบอกเลยว่ามันสร้างความหงุดหงิดให้พนักงานได้มากกว่าที่คิดครับ วันนี้ผมจะพาไปดูเคสแก้ปัญหาจริงที่ บริษัท ชายน์นิ่ง โกลด์ จำกัด ซึ่งมีพนักงานกว่า 500 คน พวกเขาก็เคยเจอปัญหานี้เหมือนกันครับ เครื่องเดิมที่ใช้อยู่แบรนด์อื่นเอาไม่อยู่ พอถึงช่วงพีกตอนเที่ยงปุ๊บ น้ำแข็งเกลี้ยงตู้ปั๊บ สุดท้ายพวกเขาแก้ปัญหานี้ยังไง? ทำไมถึงตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้เครื่องตัวจบอย่าง ULKA รุ่น 1400XJ? มาเจาะลึกกันแบบภาษาคนทำงานเลยครับ ทำไมเครื่องทำน้ำแข็งแบรนด์ทั่วไป ถึงร่วงเมื่อเจอคนหมู่มาก? ก่อนจะไปดูทางแก้ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมเครื่องเดิมถึงมีปัญหา ทั้งๆ ที่ตอนซื้อมาเซลส์ก็บอกว่าผลิตได้เยอะ? สาเหตุหลักๆ มันมีอยู่ 3 ข้อครับ ความจุถังพัก (Ice Bin) ไม่สัมพันธ์กับจำนวนคน: เครื่องทำน้ำแข็งส่วนใหญ่จะทยอยผลิตน้ำแข็งก้อนตกลงมาในถังพักเรื่อยๆ สมมติว่าถังพักจุได้ 20 กิโลกรัม

ไส้กรองอากาศอุตสาหกรรม ไม่ดำไม่ได้แปลว่าสะอาด!

ไส้กรองอากาศอุตสาหกรรม ไม่ดำไม่ได้แปลว่าสะอาด! หากคุณเป็นช่างซ่อมบำรุง เจ้าของโรงงาน หรือผู้ที่ต้องดูแลระบบระบายอากาศในสายการผลิต คุณอาจเคยถอดแผ่นกรองหรือ ไส้กรองอากาศ (Filter) ของเครื่องดูดควันออกมาเช็กดู แล้วพบว่าแผ่นกรองยังดูเป็นสีขาวขุ่น สีเหลืองอ่อน หรือไม่ได้ดำปี๋อย่างที่คิดไว้ จากนั้นก็ตัดสินใจใส่กลับเข้าไปและใช้งานต่อเพราะคิดว่า “ยังไม่สกปรก” หากคุณเคยทำแบบนี้… ขอให้หยุดก่อนครับ! เพราะในโลกของอุตสาหกรรม “ความดำ” ไม่ใช่ตัวชี้วัดความสะอาดเสมอไป และการตัดสินใจด้วยตาเปล่าอาจกำลังพาภัยเงียบมาสู่โรงงานและพนักงานของคุณ   ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยในโรงงานอุตสาหกรรม ความเข้าใจผิดนี้มักเกิดจากการที่เรานำภาพจำของ “ควันท่อไอเสียรถยนต์” หรือ “ควันไฟ” มาเป็นบรรทัดฐาน ซึ่งควันเหล่านั้นเกิดจากการเผาไหม้ที่มีอนุภาคของเขม่าคาร์บอน (Carbon Black) เป็นองค์ประกอบหลัก จึงทำให้หน้ากากหรือไส้กรองเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทได้อย่างชัดเจน แต่ในสภาพแวดล้อมของโรงงานอุตสาหกรรม มลพิษที่เกิดขึ้นมักมาในรูปแบบที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง สาเหตุที่ไส้กรองไม่เปลี่ยนเป็นสีดำ ในอุตสาหกรรมงานพิมพ์ งานเลเซอร์ งานบัดกรี หรือเครื่องอบความร้อน มลพิษที่ถูกดูดเข้าไปไม่ใช่เขม่าควันจากการเผาไหม้ แต่เป็นอนุภาคประเภทอื่นที่ไม่มีสีดำ ซึ่งเมื่อสิ่งเหล่านี้เข้าไปสะสมในแผ่นกรอง มันจะกลืนไปกับสีของเส้นใย หรือสร้างเพียงคราบจางๆ ที่มองเห็นได้ยาก   ประเภทของมลพิษที่ไม่ได้ทิ้งคราบดำ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองพิจารณาความแตกต่างของมลพิษหน้างานแต่ละประเภท ดังนี้ครับ: ประเภทของมลพิษหน้างาน แหล่งกำเนิด ลักษณะที่ปรากฏบนไส้กรอง เขม่าจากการเผาไหม้ (Combustion)

เครื่องดูดควันโรงงาน Grand Sport

เครื่องดูดควันโรงงาน กรณีศึกษา Grand Sport เคล็ดลับลงทุนเพื่อสวัสดิการพนักงาน ในการบริหารจัดการระดับองค์กรหรือโรงงานอุตสาหกรรม ผู้บริหารมักจะให้ความสำคัญกับตัวเลขผลกำไร เครื่องจักรที่ทันสมัย หรือกลยุทธ์ทางการตลาด แต่มีสิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามและกลายเป็น “ต้นทุนแฝง”ที่กัดกินประสิทธิภาพขององค์กรอย่างเงียบๆ นั่นคือเรื่องของ “สภาพแวดล้อมและคุณภาพอากาศในสายการผลิต” ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด แบรนด์อุปกรณ์กีฬาชั้นนำระดับตำนานของไทยอย่าง Grand Sport (แกรนด์สปอร์ต) ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 60 ปี กลับมีมุมมองที่แตกต่างออกไป พวกเขาตระหนักดีว่า ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่คือ “พนักงาน” บทความนี้จะพาทุกท่านไปถอดบทเรียนและกรณีศึกษาของ Grand Sport ในการตัดสินใจนำ เครื่องดูดควันโรงงาน แบรนด์ ULKA เข้ามาแก้ปัญหาคุณภาพอากาศในแผนกงานพิมพ์ การลงทุนครั้งนี้สร้างผลลัพธ์ (ROI) กลับคืนมาสู่องค์กรในมิติใดบ้าง? และมีบทเรียนอะไรที่เจ้าของกิจการควรนำไปปรับใช้? เรามาเจาะลึกกันครับ   บริบทของปัญหา: ทำไม “อากาศ” ถึงเป็นต้นทุนแฝงในสายการผลิต? ในกระบวนการผลิตเสื้อผ้ากีฬาและแพคเกจจิ้งของ Grand Sport มีหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญมากคือ งานพิมพ์และอบความร้อน ซึ่งจะต้องใช้ “เครื่องอบ” อุณหภูมิสูงเพื่อให้สีและลวดลายเซ็ตตัวติดทนนาน ผลกระทบของควันและไอระเหยหน้าเครื่องจักร ปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากกระบวนการอบความร้อนคือ ปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้สารเคลือบและสีเปลี่ยนสถานะกลายเป็น

รีวิวใช้งาน 1 ปีเต็ม เครื่องดูดควัน ULKA ที่ Grand Sport

  ความคุ้มค่าในการลงทุน: ทำไมธุรกิจถึงควรเลือกเครื่องดูดควัน ULKA? สำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังพิจารณาว่าควรจัดซื้อเครื่องดูดควันอุตสาหกรรมมาติดตั้งหรือไม่ กรณีศึกษาของ Grand Sport ให้คำตอบได้อย่างดีครับ การลงทุนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องจักร แต่เป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทน (ROI) กลับมาในหลายมิติ: ด้านทรัพยากรบุคคล (HR & Safety): การดูแลสุขภาพพนักงานคือหัวใจของธุรกิจที่ยั่งยืน การลดความเสี่ยงจากการสูดดมสารเคมี ช่วยลดอัตราการลาป่วย และสร้างความรู้สึกผูกพันองค์กร (Employee Engagement) ว่าบริษัทใส่ใจในสวัสดิภาพของพวกเขา ด้านมาตรฐานและกฎหมาย (Compliance): โรงงานและสายการผลิตจำเป็นต้องผ่านมาตรฐานอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน การมีเครื่องดูดควันที่ได้มาตรฐานช่วยให้ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐได้อย่างไร้กังวล ความทนทานและการบำรุงรักษาง่าย: เครื่องดูดควัน ULKA ถูกออกแบบมาให้สามารถถอดเปลี่ยนไส้กรองได้ง่าย ไม่ซับซ้อน พนักงานหน้างานสามารถดูแลเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอช่างเทคนิคทุกครั้ง บริการหลังการขายที่แตกต่าง: “ไม่ทิ้งลูกค้า ดูแลตลอดชีวิต” อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทระดับประเทศไว้วางใจ ULKA คือ วิสัยทัศน์ด้านการบริการ หลายครั้งที่การซื้อเครื่องจักรอุตสาหกรรม เมื่อหมดประกันแล้ว ลูกค้ามักจะถูกทิ้งให้เผชิญปัญหาเอง หาอะไหล่ไม่ได้ หรือหาไส้กรองเปลี่ยนไม่ได้ แต่สำหรับแบรนด์ ULKA มีสโลแกนที่ชัดเจนว่า “ไม่ทิ้งลูกค้า ดูแลตลอดชีวิต” การที่ทีมงานเดินทางเข้ามาติดตามผลการใช้งานถึงที่เมื่อครบ 1 ปี