มีความคืบหน้าใหม่จากการเปิดเผยของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกระทรวงการคลัง แต่โครงการยังอยู่ระหว่างสรุปเงื่อนไขและเสนอคณะรัฐมนตรี จึงยังไม่ใช่ประกาศเปิดลงทะเบียนหรือคู่มือใช้สิทธิฉบับสมบูรณ์
สรุปสั้น ๆ: ความคืบหน้าล่าสุดของ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” คือมีการเสนอขยายสิทธิจากเดิม 500,000 เป็น 1,000,000 สิทธิ และเสนอกรอบงบประมาณประมาณ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนลดค่าที่พักสูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ และคูปองท่องเที่ยว 1,000 บาทต่อสิทธิ โดยตั้งเป้าเปิดลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ผ่านแอป “เป๋าตัง” หากผ่านการพิจารณา ขั้นตอนและสิทธิประโยชน์ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย โดยเฉพาะรูปแบบช่วยค่าที่พักระหว่าง Co-payment กับ Flat Rate/วงเงินคงที่
สำหรับผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และคาเฟ่ โครงการนี้ไม่ใช่เพียงข่าวสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะหากมาตรการเริ่มใช้จริง การเดินทางและการใช้จ่ายในพื้นที่ท่องเที่ยวอาจเพิ่มขึ้น ธุรกิจจึงควรตรวจความพร้อมของกำลังบริการ บุคลากร วัตถุดิบ และอุปกรณ์สำคัญตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ช่วงลูกค้าหนาแน่น

ไทยเที่ยวไทย พลัส คืออะไร?
ไทยเที่ยวไทย พลัส คือมาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทยที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำลังผลักดันในรูปแบบร่วมจ่าย หรือ Co-payment เป้าหมายคือช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน กระตุ้นให้คนไทยเดินทางมากขึ้น และกระจายรายได้ไปยังโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และบริการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ
แนวคิดดังกล่าวมีลักษณะใกล้เคียงมาตรการท่องเที่ยวในอดีต แต่ไม่ควรสรุปว่าเงื่อนไขจะเหมือน “เราเที่ยวด้วยกัน” หรือ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ทุกประการ เพราะโครงการใหม่ยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด
ข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ต่อสาธารณะยังอยู่ในขั้นตอนการผลักดันและเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี แม้มีเป้าหมายเปิดลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 แต่ยังไม่พบประกาศเปิดลงทะเบียน เงื่อนไขผู้รับสิทธิ หรือคู่มือการใช้งานฉบับสมบูรณ์ ผู้สนใจจึงไม่ควรกรอกข้อมูลหรือโอนเงินผ่านเว็บไซต์ที่อ้างว่าเปิดรับสิทธิล่วงหน้า
สรุปเงื่อนไขไทยเที่ยวไทย พลัสล่าสุด
ข้อมูล ณ วันที่ 8 กันยายน 2569 เป็นข้อเสนอและความคืบหน้าที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่ใช่เงื่อนไขที่ประกาศใช้จริง
- เสนอขยายโควตาเป็น 1,000,000 สิทธิ จากเดิม 500,000 สิทธิ แต่ยังต้องรอการอนุมัติ
- นักท่องเที่ยวรับได้สูงสุด 5 สิทธิต่อคน ตามแนวทางเบื้องต้น
- กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสนอรัฐช่วยค่าที่พักแบบ Co-payment 50% สูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ ขณะที่กระทรวงการคลังกำลังพิจารณา Flat Rate/วงเงินคงที่ เพื่อป้องกันการปรับราคาห้องพัก
- เสนอเพิ่ม E‑Voucher เป็น 1,000 บาทต่อสิทธิ จากเดิม 500 บาท และขยายการใช้ไปยังร้านอาหาร ร้านค้าท้องถิ่น ทัวร์ One Day Trip รถเช่า สินค้า OTOP สปา บริการสุขภาพ (Wellness) และบริการท่องเที่ยวอื่น ๆ ตามเงื่อนไขที่จะประกาศ
- วางแผนใช้แอปพลิเคชัน เป๋าตัง แต่ขั้นตอนลงทะเบียนและยืนยันตัวตนยังไม่ประกาศ
- ตั้งเป้าเปิดลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 หากผ่านกระบวนการพิจารณาและอนุมัติ
- คาดว่าจะทดสอบระบบร่วมกับธนาคารกรุงไทยประมาณ 2–3 สัปดาห์ ก่อนเปิดใช้งานจริง
- แนวทางเดิมระบุให้ครอบคลุม 77 จังหวัด และใช้ได้ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด แต่ยังรอการยืนยันในประกาศฉบับสุดท้าย
- มีการเสนอแยกเรื่องส่วนลดค่าโดยสารเครื่องบิน 400 บาทสำหรับเมืองหลัก และ 600 บาทสำหรับเมืองรอง แต่ยังไม่ควรรวมเป็นสิทธิหลักจนกว่าจะมีประกาศทางการ
ขณะนี้ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีหรือคู่มือใช้สิทธิฉบับสมบูรณ์ รายละเอียดจำนวนสิทธิ อัตราช่วยค่าที่พัก วงเงินคูปอง วันเริ่มใช้จริง คุณสมบัติ และรายชื่อผู้ประกอบการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ผู้เดินทางและผู้ประกอบการควรตรวจประกาศจากรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ททท. และธนาคารกรุงไทยหรือแอปเป๋าตังอีกครั้ง
หากใช้แนวทาง Co-payment 50% และห้องพักราคา 4,000 บาทต่อสิทธิ รัฐจะสนับสนุน 2,000 บาท และผู้ใช้สิทธิจ่ายเอง 2,000 บาท แต่หากเลือกใช้ Flat Rate/วงเงินคงที่ วิธีคำนวณจะไม่เหมือนตัวอย่างนี้ จึงต้องรอประกาศวิธีใช้สิทธิฉบับทางการอีกครั้ง
ตารางสถานะข้อมูล ณ วันที่ 8 กันยายน 2569
| ประเด็น | สถานะล่าสุด |
|---|---|
| ชื่อมาตรการ | ไทยเที่ยวไทย พลัส |
| รูปแบบ | ยังอยู่ระหว่างพิจารณา: กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสนอ Co-payment ส่วนกระทรวงการคลังพิจารณา Flat Rate/วงเงินคงที่ |
| จำนวนสิทธิ | เสนอเพิ่มเป็น 1,000,000 สิทธิ จากเดิม 500,000 สิทธิ ยังรออนุมัติ |
| ค่าที่พัก | ข้อเสนอ Co-payment 50% สูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ และกำลังพิจารณาทางเลือก Flat Rate/วงเงินคงที่ |
| E‑Voucher | เสนอ 1,000 บาทต่อสิทธิ และขยายประเภทธุรกิจที่ใช้ได้ ยังไม่ใช่เงื่อนไขสุดท้าย |
| พื้นที่ | แนวทางเดิมครอบคลุม 77 จังหวัด ยังรอประกาศรายชื่อผู้ประกอบการ |
| วันที่ใช้สิทธิ | แนวทางเดิมระบุใช้ได้ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด แต่วันเริ่มใช้จริงยังไม่ประกาศ |
| แอปที่คาดว่าจะใช้ | เป๋าตัง โดยยังต้องรอขั้นตอนลงทะเบียนและยืนยันตัวตน |
| วันเปิดลงทะเบียน | ตั้งเป้า 1 ตุลาคม 2569 หากผ่านการอนุมัติ ยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ |
| ช่วงเริ่มใช้สิทธิ | ยังไม่มีวันเริ่มใช้จริงหรือกำหนดการจองที่ประกาศอย่างเป็นทางการ |
| งบประมาณที่เสนอ | ประมาณ 4,000 ล้านบาท: ค่าที่พัก 3,000 ล้านบาท และคูปอง 1,000 ล้านบาท ยังรอการพิจารณา |
| การทดสอบระบบ | คาดทดสอบร่วมกับธนาคารกรุงไทยประมาณ 2–3 สัปดาห์ก่อนใช้งานจริง |
| คุณสมบัติผู้รับสิทธิ | ยังต้องรอเงื่อนไขฉบับสมบูรณ์ |
| รายชื่อโรงแรมและร้านค้าที่เข้าร่วม | ยังไม่มีประกาศฉบับสมบูรณ์ |

ไทยเที่ยวไทย พลัส ลงทะเบียนวันไหน?
ณ วันที่ 8 กันยายน 2569 ยังไม่เปิดลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ แต่มีการรายงานคำให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า ตั้งเป้าเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยต้องหารือกับกระทรวงการคลังและเสนอรายละเอียดต่อ ครม. ก่อน วันดังกล่าวจึงยังเป็นเป้าหมาย ไม่ใช่วันเปิดที่ยืนยันแล้ว
เมื่อมีประกาศจริง ควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์รัฐบาลไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือธนาคารกรุงไทย หากได้รับการประกาศให้เป็นช่องทางดำเนินโครงการ
หลีกเลี่ยงการกดลิงก์จากข้อความที่ไม่ทราบแหล่งที่มา และไม่ควรให้รหัส OTP รหัสผ่าน หรือโอนค่าดำเนินการให้บุคคลที่อ้างว่าสามารถจองสิทธิล่วงหน้าได้
ใครมีสิทธิลงทะเบียนไทยเที่ยวไทย พลัส?
ณ วันที่ 8 กันยายน 2569 ยังไม่มีประกาศคุณสมบัติผู้รับสิทธิฉบับสมบูรณ์ เช่น อายุ สัญชาติ วิธีการยืนยันตัวตน หรือเงื่อนไขการจองที่พัก ข้อเสนอที่เผยแพร่ระบุว่านักท่องเที่ยวอาจรับได้สูงสุด 5 สิทธิต่อคน และกำลังพิจารณาขยายจำนวนสิทธิรวมเป็น 1,000,000 สิทธิ แต่ยังไม่ควรนำเงื่อนไขจากโครงการเก่ามาใช้แทนจนกว่าจะมีประกาศทางการ
ไทยเที่ยวไทย พลัส เริ่มใช้สิทธิเมื่อไร?
เป้าหมายล่าสุดคือเปิดลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 แต่ยังไม่มีประกาศวันเริ่มจองหรือวันเริ่มใช้สิทธิจริงอย่างเป็นทางการ ข่าวบางสำนักคาดการณ์ช่วงปลายปี แต่ผู้เดินทางไม่ควรยึดวันดังกล่าวจนกว่าจะมีมติ ครม. และคู่มือโครงการ
เตรียมตัวอย่างไรก่อนเปิดลงทะเบียน?
- ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปเป๋าตังจากช่องทางทางการ
- ตรวจสอบว่าหมายเลขโทรศัพท์และข้อมูลยืนยันตัวตนใช้งานได้
- วางแผนจังหวัดและช่วงเดินทางสำรองมากกว่าหนึ่งทางเลือก
- ติดตามประกาศจากรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ททท. และธนาคารกรุงไทย
- อย่าให้รหัส OTP หรือโอนเงินให้ผู้ที่อ้างว่าสามารถรับสิทธิล่วงหน้าได้
ไทยช่วยไทย พลัส กับไทยเที่ยวไทย พลัส เหมือนกันไหม?
สองชื่อนี้เกี่ยวข้องกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและมีถ้อยคำใกล้กัน แต่ ไม่ควรใช้แทนกันโดยตรง
- ไทยเที่ยวไทย พลัส เป็นชื่อมาตรการด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำลังผลักดัน
- ไทยช่วยไทย พลัส เป็นชื่อนโยบายหรือกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคและเศรษฐกิจในภาพกว้าง ซึ่งมีมาตรการบางส่วนเริ่มดำเนินการแล้ว เช่น การสนับสนุนค่าโดยสารรถไฟตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด
ดังนั้น หากต้องการค้นหาสิทธิค่าที่พักและคูปองท่องเที่ยว ควรติดตามคำว่า “ไทยเที่ยวไทย พลัส” พร้อมตรวจวันที่ของข่าวทุกครั้ง
โครงการนี้เกี่ยวข้องกับร้านกาแฟ โรงแรม และร้านอาหารอย่างไร?
เมื่อค่าที่พักและค่าใช้จ่ายบางส่วนระหว่างท่องเที่ยวได้รับการสนับสนุน นักท่องเที่ยวอาจตัดสินใจเดินทางง่ายขึ้น พักนานขึ้น หรือใช้จ่ายกับอาหารและกิจกรรมในพื้นที่มากขึ้น ผู้ประกอบการที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวจึงมีโอกาสพบลูกค้าในช่วงเวลาเดียวกันจำนวนมากกว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม “นักท่องเที่ยวเพิ่ม” ไม่ได้หมายความว่ายอดขายของทุกร้านจะเพิ่มโดยอัตโนมัติ ร้านที่ได้ประโยชน์มักต้องมีทั้งทำเลหรือช่องทางค้นหาร้านที่ชัดเจน สินค้าเหมาะกับกลุ่มลูกค้า กำลังบริการเพียงพอ และประสบการณ์หน้าร้านที่ไม่สะดุด
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในช่วงลูกค้าหนาแน่น ได้แก่ น้ำแข็งไม่พอ เครื่องชงกาแฟผลิตเครื่องดื่มไม่ทัน พื้นที่เก็บวัตถุดิบไม่เพียงพอ คุณภาพเครื่องดื่มไม่สม่ำเสมอ หรืออุปกรณ์ขัดข้องโดยไม่มีแผนสำรอง การเตรียมตัวจึงควรเริ่มจากข้อมูลยอดขายและหน้างานจริง ไม่ใช่รีบซื้อเครื่องขนาดใหญ่ที่สุดเพราะคาดว่าลูกค้าจะเพิ่ม
7 เรื่องที่ธุรกิจควรเตรียมก่อนรับนักท่องเที่ยว
1. ประเมินจำนวนลูกค้าในวันปกติและช่วงพีก
รวบรวมยอดขายแยกตามวันและช่วงเวลา โดยเฉพาะวันศุกร์–อาทิตย์ วันหยุดยาว และฤดูกาลท่องเที่ยว จากนั้นประเมินจำนวนแก้วหรือจำนวนออร์เดอร์สูงสุดต่อชั่วโมง เพื่อดูว่าจุดติดขัดอยู่ที่พนักงาน เครื่องชงกาแฟ น้ำแข็ง หรือขั้นตอนชำระเงิน
2. ตรวจว่ากำลังผลิตน้ำแข็งเพียงพอหรือไม่
ธุรกิจเครื่องดื่มไม่ควรดูเฉพาะยอดผลิตต่อวัน แต่ต้องดูรูปแบบการใช้งานจริง พื้นที่ติดตั้ง อุณหภูมิแวดล้อม คุณภาพน้ำ รูปทรงน้ำแข็ง และกำลังสำรองในช่วงลูกค้าหนาแน่นด้วย สามารถเริ่มเปรียบเทียบรุ่นได้จากหน้า เครื่องทำน้ำแข็งสำหรับธุรกิจ และให้ทีมงานช่วยยืนยันกับสภาพหน้างานก่อนตัดสินใจ
3. เลือกเครื่องชงกาแฟให้เหมาะกับรูปแบบบริการ
ร้านกาแฟในโรงแรม ร้านอาหารเช้า คาเฟ่ และจุดบริการตนเองมีรูปแบบงานต่างกัน ควรพิจารณาจำนวนแก้วต่อชั่วโมง เมนูหลัก ทักษะพนักงาน ความเร็วที่ต้องการ และความสะดวกในการทำความสะอาด ไม่ควรเลือกจากราคาเครื่องเพียงอย่างเดียว ดูตัวเลือกได้ที่หมวด Coffee Machines หรือดู Coffee Shop Starter Kit สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจ
4. ตรวจระบบน้ำและการกรองน้ำ
น้ำส่งผลต่อทั้งรสชาติเครื่องดื่ม คุณภาพน้ำแข็ง และการสะสมตะกรันในอุปกรณ์ ควรตรวจแหล่งน้ำ แรงดันน้ำ ระบบระบายน้ำ และเลือก Water filter ให้เหมาะกับเครื่องและปริมาณใช้งานจริง
5. วางแผนวัตถุดิบและพื้นที่เก็บรักษา
ตรวจความจุตู้แช่ รอบการเติมวัตถุดิบ อายุสินค้า และพื้นที่สำรอง หากยอดขายเพิ่มแต่การเก็บวัตถุดิบไม่เหมาะสม อาจเกิดทั้งของขาดและของเสียพร้อมกัน
6. ทำแผนสำรองเมื่ออุปกรณ์ขัดข้อง
บันทึกผู้ติดต่อด้านบริการ ตารางทำความสะอาด รอบตรวจเช็ก และอะไหล่สิ้นเปลืองที่จำเป็น พร้อมกำหนดวิธีให้บริการชั่วคราวหากอุปกรณ์หลักหยุดทำงาน การมีบริการหลังการขายและทีมช่างที่ติดต่อได้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องที่พิจารณาหลังซื้อเท่านั้น
7. รอเกณฑ์ทางการก่อนประชาสัมพันธ์ว่าเข้าร่วมโครงการ
ผู้ประกอบการไม่ควรใช้ตราหรือข้อความว่า “ร้านค้าที่เข้าร่วมไทยเที่ยวไทย พลัส” จนกว่าจะสมัครผ่านช่องทางทางการและได้รับการยืนยัน ควรเตรียมเอกสารธุรกิจ ระบบรับชำระเงิน และติดตามเกณฑ์จากหน่วยงานรัฐไว้ก่อน

ULKA ช่วยเตรียมธุรกิจให้พร้อมได้อย่างไร?
ULKA เป็นแบรนด์ไทยผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องทำน้ำแข็ง เครื่องชงกาแฟ เครื่องกรองน้ำ และอุปกรณ์สำหรับธุรกิจเครื่องดื่ม โดยช่วยผู้ประกอบการตั้งแต่การเลือกเครื่องให้เหมาะกับรูปแบบใช้งาน การประเมินกำลังผลิตจากยอดขายจริง การตรวจความเหมาะสมของหน้างาน ไปจนถึงการติดตั้ง สอนใช้งาน และดูแลหลังการขาย
- ช่วยประเมินประเภทเครื่องและกำลังผลิตจากจำนวนแก้วต่อวัน
- ช่วยเปรียบเทียบต้นทุนน้ำแข็งที่ซื้ออยู่กับทางเลือกผลิตน้ำแข็งใช้เองเบื้องต้น
- แนะนำอุปกรณ์ให้เหมาะกับร้านกาแฟ โรงแรม ร้านอาหาร หรือองค์กร
- ตรวจเงื่อนไขสำคัญของหน้างานก่อนติดตั้ง
- Nationwide Installation
- ให้คำแนะนำการใช้งาน การดูแลรักษา และบริการหลังการขาย
เป้าหมายไม่ใช่การเลือกเครื่องที่ใหญ่หรือแพงที่สุด แต่คือการเลือกอุปกรณ์ที่รองรับงานจริง มีกำลังสำรองอย่างเหมาะสม และไม่สร้างต้นทุนเกินความจำเป็น
3 สินค้า ULKA สำหรับเริ่มวางแผนรับช่วงลูกค้าหนาแน่น
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสินค้าที่มีหน้ารายละเอียดและ SKU อยู่ในระบบ ULKA เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเปรียบเทียบเท่านั้น รุ่นที่เหมาะควรพิจารณาจากจำนวนแก้วหรือจำนวนลูกค้าต่อวัน ช่วงเวลาพีก ระบบน้ำ พื้นที่ติดตั้ง และรูปแบบบริการจริงก่อนตัดสินใจ
ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มที่รุ่นใด? ส่งประเภทธุรกิจ จังหวัด จำนวนลูกค้าหรือจำนวนแก้วต่อวัน และภาพพื้นที่ติดตั้งให้ทีม ULKA ทาง LINE เพื่อประเมินรุ่นและเงื่อนไขหน้างานเบื้องต้นก่อนลงทุน
กำลังเปิดร้านใหม่ ปรับปรุงโรงแรม หรือไม่แน่ใจว่าเครื่องเดิมรองรับช่วงลูกค้าหนาแน่นได้หรือไม่?
แจ้งประเภทธุรกิจ จำนวนเครื่องดื่มต่อวัน จังหวัด และลักษณะหน้างาน ให้ทีม ULKA ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไทยเที่ยวไทย พลัส
ไทยเที่ยวไทย พลัสเปิดลงทะเบียนแล้วหรือยัง?
ยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ ณ วันที่ 8 กันยายน 2569 มีเป้าหมายเปิดลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 แต่ต้องรอการอนุมัติและประกาศช่องทางจากหน่วยงานรัฐก่อน
ไทยเที่ยวไทย พลัสลงทะเบียนผ่านแอปอะไร?
แนวทางล่าสุดระบุว่าจะใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง แต่ขั้นตอนการลงทะเบียนและการใช้สิทธิฉบับสมบูรณ์ยังไม่ประกาศ
ไทยเที่ยวไทย พลัสมีกี่สิทธิ และรับได้คนละกี่สิทธิ?
มีข้อเสนอขยายเป็น 1,000,000 สิทธิ จากเดิม 500,000 สิทธิ และกำหนดเบื้องต้นให้รับได้สูงสุด 5 สิทธิต่อคน แต่ยังต้องรอการอนุมัติและเงื่อนไขฉบับสมบูรณ์
รัฐช่วยจ่ายไทยเที่ยวไทย พลัสเท่าไร?
ข้อเสนอหนึ่งคือรัฐช่วยค่าที่พักแบบ Co-payment 50% สูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ พร้อม E‑Voucher 1,000 บาทต่อสิทธิ แต่กระทรวงการคลังกำลังพิจารณา Flat Rate/วงเงินคงที่เพื่อป้องกันการขึ้นราคาที่พัก ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่เงื่อนไขสุดท้าย
ไทยเที่ยวไทย พลัสใช้ได้จังหวัดไหนบ้าง?
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุแนวทางให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด แต่รายชื่อที่พัก ร้านค้า และบริการที่เข้าร่วมยังต้องรอประกาศ
ร้านกาแฟหรือร้านอาหารเข้าร่วมไทยเที่ยวไทย พลัสได้หรือไม่?
มีข้อเสนอให้คูปองใช้กับร้านอาหาร ร้านค้าท้องถิ่น และบริการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง เช่น สปาและ Wellness มากขึ้น แต่หลักเกณฑ์รับสมัครร้านค้า เอกสาร และระบบรับชำระเงินยังต้องรอประกาศทางการ
ใช้สิทธิในวันหยุดได้หรือไม่?
รายละเอียดเบื้องต้นระบุว่าสามารถใช้ได้ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด แต่วันเริ่มใช้สิทธิและเงื่อนไขการจองยังต้องรอประกาศทางการ
ไทยช่วยไทย พลัสกับไทยเที่ยวไทย พลัสคือโครงการเดียวกันหรือไม่?
ไม่ควรถือว่าเป็นชื่อเดียวกัน ไทยช่วยไทย พลัสเป็นนโยบายหรือกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพกว้าง ส่วนไทยเที่ยวไทย พลัสเป็นมาตรการด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศที่กำลังผลักดัน
เจ้าของโรงแรมหรือร้านกาแฟควรซื้ออุปกรณ์เพิ่มทันทีหรือไม่?
ควรเริ่มจากตรวจยอดใช้งานจริง กำลังผลิตเดิม พื้นที่ติดตั้ง และช่วงเวลาที่ลูกค้าหนาแน่นก่อน หากอุปกรณ์เดิมยังรองรับได้ อาจใช้การบำรุงรักษาหรือปรับขั้นตอนทำงานแทนการซื้อใหม่ หากไม่แน่ใจควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินหน้างาน
สรุป
ณ วันที่ 8 กันยายน 2569 ไทยเที่ยวไทย พลัสมีความคืบหน้าเป็นข้อเสนอขยายเป็น 1 ล้านสิทธิ งบประมาณประมาณ 4,000 ล้านบาท และตั้งเป้าเปิดลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 พร้อมขยายคูปองเป็น 1,000 บาทต่อสิทธิ แต่ยังอยู่ระหว่างหารือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กับกระทรวงการคลังและต้องรอการพิจารณาของ ครม. จึงยังไม่ควรสื่อสารว่าเปิดลงทะเบียนแล้วหรือยืนยันเงื่อนไขใดเป็นข้อสรุป
สำหรับร้านกาแฟ โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจในพื้นที่ท่องเที่ยว ช่วงก่อนเริ่มโครงการคือเวลาที่เหมาะสำหรับตรวจความพร้อม ตั้งแต่จำนวนลูกค้า กำลังผลิตน้ำแข็ง เครื่องชงกาแฟ ระบบน้ำ พื้นที่เก็บวัตถุดิบ ไปจนถึงแผนบริการหลังการขาย หากเตรียมระบบได้พอดีกับหน้างาน ธุรกิจก็มีโอกาสรองรับลูกค้าที่เพิ่มขึ้นได้โดยไม่เสียคุณภาพบริการหรือแบกรับต้นทุนเกินจำเป็น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- รัฐบาลไทย: รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุเป้าหมายเปิดให้บริการ 1 ตุลาคม 2569 และพิจารณาขยายเป็น 1 ล้านสิทธิ เผยแพร่ 25 สิงหาคม 2569
- Thai PBS: กระทรวงการคลังปรับแนวทางจากสัดส่วนช่วยค่าห้องเป็นวงเงินต่อครั้ง และยังเร่งสรุปโครงการ เผยแพร่ 5 กันยายน 2569
- กรุงเทพธุรกิจ: ความคืบหน้าข้อเสนอ 1 ล้านสิทธิ งบประมาณ 4,000 ล้านบาท และการหารือวันที่ 8 กันยายน เผยแพร่ 8 กันยายน 2569
- อินโฟเควสท์: ททท. เสนอคูปอง 1,000 บาทต่อสิทธิ และสนับสนุนค่าที่พัก 3,000 บาทต่อสิทธิ เผยแพร่ 7 กันยายน 2569
- สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา: กรอบโครงการและงบประมาณระยะแรกที่เผยแพร่ก่อนหน้า เผยแพร่ 18 สิงหาคม 2569
- สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา: แนวทางเบื้องต้นเรื่องค่าที่พัก คูปอง และการใช้แอปเป๋าตัง เผยแพร่ 15 กรกฎาคม 2569
เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนช่วงนักท่องเที่ยวหนาแน่น
เลือกดูอุปกรณ์สำหรับร้านกาแฟ โรงแรม และร้านอาหาร หรือส่งข้อมูลหน้างานให้ทีม ULKA ช่วยประเมินรุ่นที่เหมาะกับปริมาณใช้งานจริง




